คำสอนของพระบรมศาสดา  ๓  ข้อ

จะยกตัวอย่างประกอบก็ได้  ดูความเหมาะสมของเวลา  อธิบายข้อดี  ประโยชน์ในการฝึกแทรกเข้าไปด้วย เช่น

พระพุทธเจ้าสอนให้มนุษย์ประพฤติปฏิบัติ ๓ ข้อ คือ

          (๑) สพฺพปาปสส อกรณํ แปลว่า ไม่ทำบาปทั้งปวง (ด้วย กาย วาจา ใจ) เพราะบาปนั้น เมื่อเราทำแล้ว นำทุกข์มาให้ ไม่วันใดก็วันหนึ่งอย่างแน่นอน

          (๒) กุสลสสูปสมปทา แปลว่า ทำกุศลให้บริบูรณ์ (ด้วย กาย วาจา ใจ) เพราะการกุศลทุกอย่าง เมื่อเราทำแล้ว นำความสุขมาให้ ไม่วันใดก็วันหนึ่งอย่างแน่นอน

          (๓) สจิตฺตปริโยทปนํ แปลว่า ทำใจให้สว่างใส เพราะใจที่สว่างใสนั้น ทำให้เราเรียนหนังสือดีขึ้น ทำให้เรามีสุขภาพดีขึ้น ทำให้เราไปไหนมาไหนปลอดภัย ทำให้เราห่างจากอบายมุขทั้งปวง เพราะสภาพใจที่ใสนี้ ทำให้เราเกิดหิริโอตตัปปะเสียแล้ว เป็นใจที่เกรงกลัวต่อบาป เป็นใจที่ละอายต่อการทำบาป ในทางกลับกัน หากใจของเราไม่ใส คือใจเรามีสภาพขุ่นมัว ใจของเราไม่เกรงกลัวต่อบาปกรรม เราจะทำบาปได้ทุกอย่าง แม้ยาเสพติดเราก็ไม่กลัว รบราฆ่าแกงเราก็ไม่กลัว ที่เราเห็นเขาติดยาเสพติด ที่เราเห็นเขาเที่ยวในสถานที่ไม่สมควร ที่เราเห็นเขาชกต่อยกัน เป็นเพราะสภาพใจของเขาไม่สว่างใส ทั้งนั้น ดังนั้นหากใจของเราสว่างใส ตามคำสอนของพระพุทธองค์ข้อ ๓ ที่ทรงกล่าวว่า สจิตฺตปริโยทปนํ เสีย แล้ว ส่งผลให้เราไม่ทำบาป เราจะทำแต่การบุญเป็นอัตโนมัติ

วันนี้เราจะฝึกใจของเราให้ใสให้จงได้ เพราะการทำใจใสได้นั้น มีคุณประโยชน์มากเหลือเกิน เราจะเรียนหนังสือดีขึ้น สุขภาพอนามัยของเราจะดีขึ้น มีใบหน้าผ่องใส เราจะห่างจากอบายมุขทั้งปวง ไม่ว่าเราจะทำอะไรจะดีไปทุกอย่าง ชีวิตของเราจะประสบความสำเร็จ เราจะต้องทำความใสทางใจให้เกิดขึ้นให้จงได้ในวันนี้

การเกริ่นนำในเรื่องคำสอนของพระบรมศาสดา ๓ ข้อนี้ จะทำให้สนุกยิ่งขึ้น คือให้ผู้ฝึกมีส่วนร่วมด้วยก็ได้ โดยวิทยากรอธิบายทีละข้อ แล้วเช็คความสนใจและความเข้าใจของผู้ฝึกไปด้วย ดังนี้

ข้อ ๑ สพฺพปาปสส อกรณํ แปลว่า ไม่ทำบาปทั้งปวงด้วยกาย วาจา ใจ เพราะบาปนั้น เมื่อเราทำขึ้นแล้ว นำความทุกข์มาให้เรา้ไม่วันใดก็วันหนึ่งอย่างแน่นอน ข้อนี้นักเรียนคนใดฟังครูอธิบายแล้ว เข้าใจ ยกมือขวาขึ้นครับ...

ถ้านักเรียนยกมือขึ้นมาน้อยเพียงไม่กี่คน วิทยากรก็อาจพูดว่า

ยังมีหลายคนไม่เข้าใจ ถ้าอย่างนั้นครูขออธิบายเพิ่มเติมในคำสอนข้อ ๑ นี้ ยกตัวอย่าง เรานั่งเรียนหนังสืออยู่ คุณครูสอนเราก็ไม่ตั้งใจเรียน คุณครูให้การบ้านไปทำ ก็ไม่ทำมาส่ง อย่างนี้ดีหรือไม่ดีครับ... ควรทำหรือไม่ครับ... สิ่งที่ำทำแล้วไม่ดีไม่ควรทำนี้ถือว่าเ็ป็้นบาปอย่างหนึ่ง นำทุกข์มาให้คือ เราอาจสอบตกหรือทำ้คะแนนสอบได้ไม่ดี ข้อนี้นักเรียนคนใดฟังครูอธิบายเพิ่มเติมแล้วเข้าใจ ยกมือขวาขึ้นครับ...

ขั้นตอนนี้ผู้ฝึกจะยกมือทั้งชั้นแปลว่า ผู้ฝึกสนใจฟัง เพราะวิทยากรสื่อสารโดยให้เขาแสดงการตอบรับคือให้ยกมือบอกนั่นเอง ในส่วนของข้อ ๒ ก็ทำเช่นเดียวกันพร้อมทั้งยกตัวอย่างประกอบ แต่เมื่อมาถึงข้อ ๓ ไม่ต้องถามผู้ฝึกแล้ว เพราะเราจะมาฝึกให้เขาทำใจสว่างใสกันในวันนี้ วิทยากรเพียงบอกข้อดีและเหตุผลของการทำใจให้สว่างใส ตามข้อมูลที่แสดงแล้วข้างบนนั่นเอง

 

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงตัวอย่างเท่านั้น การกล่าวถึงคำสอนของพระบรมศาสดาู ๓ ข้อนี้ ควรกล่าวเกริ่นนำทุกครั้ง แต่ก็ใช่ว่าจะงดเว้นไม่ได้ขอให้พิจารณาถึงความเหมาะสมของผู้ฝึกเป็นหลัก ถ้าเป็นเด็กเล็กๆ ไม่เข้าใจภาษาบาลี รับฟังเหตุผลมากนักไม่ไหว วิทยากรอาจใช้วิธีการอื่นในการเกริ่นนำก็ได้