การโน้มใจ หรือจูงใจ จูงอารมณ์ผู้ฝึกเข้าสู่การบทเรียน

 

เรื่องนี้วิทยากรที่ดีควรพัฒนาเทคนิคตรงนี้ด้วย เพราะเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ การที่จะพูดให้ผู้ฝึกสนใจหรือตั้งใจฝึกปฏิบัติตามวิทยากรเอกได้นั้น ตัววิทยากรเองต้องมีเจตนาของผู้ให้ธรรมทานจริงๆ และพร้อมที่จะพัฒนาตัวเองอยู่เสมอๆ อย่าไปกลัวว่าผู้ฝึกจะไม่รับฟัง ขอให้เรามีเจตนาที่ดีและหมั่นประกอบเหตุสังเกตผลดูว่าเทคนิคไหนที่เหมาะกับผู้ฝึกและเหมาะกับตัววิทยากรเอง พึงเรียนรู้ให้มาก แต่ไม่ควรหวังผลเลอเลิศจนเกินไป แล้วผลจะออกมาอย่างดีเอง

ขอกล่าวเฉพาะศาสตร์คือเนื้อหาความรู้ก่อน ส่วนเรื่องของศิลปะนั้นขึ้นอยู่กับความชำนาญและความถนัดของวิทยากรเอกแต่ละท่านนะครับ ดังนี้

วิทยากรกล่าวเรื่องการฝึกเบื้องต้นว่า ให้ใจของเราทำงาน  ๒  อย่างควบคู่กันไป คือ บริกรรมนิมิต และ บริกรรมภาวนา

บริกรรมภาวนานั้นจะใช้คำว่าอะไรก็ได้(กล่าวแบบกลางๆ) เช่น พุทโธ ยุบหนอพองหนอ นะมะพะธะ ฯลฯ แต่เพื่อนความพร้อมเพรียงกันและตรงกับที่ครูอาจารย์สั่งสอนมา ครูขอใช้คำว่า "สัมมา อะระหัง" นักเรียนพูดตามครู "สัมมา อะระหัง" ดีมาก

บริกรรมนิมิต นั้นจะใช้อะไรก็ได้(กล่าวแบบกลางๆ ) ในพุทธศาสนามีถึง ๔๐ วิธี แต่ในการฝึกครั้งนี้ครูขอใช้ ดวงแก้วขาวใส (แล้วชูดวงแก้วให้ผู้ฝึกดู)

ให้นักเรียนกำหนดจดจำดวงแก้ว เวลาปฏิบัติให้นึกด้วยใจ จะนึกดวงโตขนาดเท่าใดก็ได้ แต่ให้กลมและใสเข้าไว้นะครับ

นี่เป็นเพียงตัวอย่างการอธิบายเรื่องให้ใจของเรา(ผู้ฝึก)ทำงาน ๒ หน้าที่ นะครับ