นำสู่ภาคปฏิบัติน้อมดวงใสไปตามฐานทั้ง  ๗ 

แยกให้ชัดเจนระหว่างการอธิบายวิชชา  และการสั่งวิชชา 

ความแตกต่างระหว่างการอธิบายวิชชา กับการสั่งวิชชา มีดังนี้

๑.      การอธิบายวิชชา คือ การบรรยายรายละเอียดของเนื้อหานั้นๆ ให้ผู้ฝึกทราบรายละเอียดอย่างชัดเจน เป็นภาคทฤษฎี

๒.      การสั่งวิชชา คือ การออกคำสั่งให้ผู้ฝึกทำตาม โดยไม่กล่าวรายละเอียดให้เยื้อนเย้ย คำสั่งต้องกระชับและชัดเจน  เป็นจังหวะ  เน้นจุดที่ควรเน้นเสียงเป็นขั้นการสั่งวิชชาให้ปฏิบัติทางใจ

 

นำสู่ภาคปฏิบัติน้อมดวงใสไปตามฐานทั้ง  ๗ 

ขั้นตอนนี้เป็นการสั่งวิชชา

เมื่อกำหนดนึกดวงนิมิตใสโดยใจได้แล้ว ให้เลื่อนดวงแก้วขาวใสไปตามฐานต่าง ๆ ในกายของเรา ๗ ฐาน วิทยากรสั่งวิชชาดังต่อไปนี้

ให้นักเรียนทั้งหลายกำหนดเครื่องหมายขาวใสเหมือนกับเพชรเม็ดลูกที่เจียระไนแล้ว  ไม่มีขนแมว  โตเท่าแก้วตา  น้อมเข้าไป...

     ฐานที่ ๑ ปากช่องจมูก ท่านหญิงน้อมเข้าไปทางปากช่องจมูกซ้าย – ท่านชายน้อมเข้าไปทางปากช่องจมูกขวา ส่งใจสัมผัสนิ่งกลางดวงนิมิตใส บริกรรมใจ สัมมา อะระหัง (๓ ครั้ง) นึกให้ดวงนิมิตใสสว่างโชติ

     ต่อไป...เลื่อนดวงนิมิตใสไป ฐานที่ ๒ เพลาตา ท่านหญิงเพลาตาซ้าย – ท่านชายเพลาตาขวา ดวงใสเป็นนิมิตไม่ใช่วัตถุบรรจุลงไปได้ ส่งใจสัมผัสนิ่งกลางดวงนิมิตใส บริกรรมใจ สัมมา อะระหัง (๓ ครั้ง) นึกให้ดวงนิมิตใสสว่างโชติ

     ต่อไป...เลื่อนดวงนิมิตใสไป ฐานที่ ๓ จอมประสาท อยู่ในกะโหลกศีรษะของเรา นึกให้ดวงนิมิตใสมาอยู่ในกะโหลกศีรษะของเรา โดยทำตาเหลือบกลับเข้าข้างในกะโหลกศีรษะ แล้วลืมเรื่องการเหลือกตาทันที ส่งใจสัมผัสนิ่งกลางดวงนิมิตใส บริกรรมใจ สัมมา อะระหัง (๓ ครั้ง) นึกให้ดวงนิมิตใสสว่างโชติ

     ต่อไป...เลื่อนดวงนิมิตใสไป ฐานที่ ๔ ปากช่องเพดาน จุดหมายที่เราเคยสำลักน้ำสำลักอาหาร ให้นักเรียนอธิษฐานใจว่า " ณ ที่หนึ่งที่ใด ที่ข้าพเจ้าเคยสำลักน้ำสำลักอาหาร ขอให้ดวงนิมิตใสไปหยุดตรงจุดหมายนั้นเถิด" แล้วดวงนิมิตใสจะไปหยุดตรงจุดหมายนี้เป็นอัตโนมัติ ส่งใจสัมผัสนิ่งกลางดวงนิมิตใส บริกรรมใจ สัมมา อะระหัง (๓ ครั้ง) นึกให้ดวงนิมิตใสสว่างโชติ

     ต่อไป...เลื่อนดวงนิมิตใสไป ฐานที่ ๕ ปากช่องลำคอ อยู่ในหลอดลำคอของเรา คะเนว่าอยู่เหนือลูกกระเดือกนิดหนึ่ง ให้เลื่อนดวงใสมาอยู่ที่ปากช่องลำคอนี้ ส่งใจสัมผัสนิ่งกลางดวงนิมิตใส บริกรรมใจ สัมมา อะระหัง (๓ ครั้ง) นึกให้ดวงนิมิตใสสว่างโชติ

     ต่อไป...เลื่อนดวงนิมิตใสไป ฐานที่ ๖ ฐานของศูนย์กลางกาย ระดับเดียวกับสะดือ โดยสมมุติว่าเรามีเส้นด้าย ๒ เส้น เส้นที่ ๑ แทงจากสะดือตัวเราเอง ขึงตึงทะลุข้างหลัง อีกเส้นหนึ่งสมมุติว่า แทงจากสีข้างขาวขึงตึงทะลุสีข้างซ้าย นึกดูในท้องของเรา จะเห็นเส้นด้ายตัดกัน ๒ เส้น เป็นรูปเครื่องหมายกากบาท ให้เรานึกเลื่อนดวงนิมิตใสมาอยู่ที่เส้นด้ายตัดกันนี้ ส่งใจสัมผัสนิ่งกลางดวงนิมิตใส บริกรรมใจ สัมมา อะระหัง (๓ ครั้ง) นึกให้ดวงนิมิตใสสว่างโชติ

     ต่อไป...เลื่อนดวงนิมิตใสไป ฐานที่ ๗ ศูนย์กลางกาย ให้เรานึกเลื่อนดวงนิมิตใส ให้สูงขึ้นมาจากเส้นด้ายตัดกันนั้น ประมาณ ๒ นิ้วมือตัวเราเอง แล้วดวงใสก็จะมาอยู่ที่ศูนย์กลางกายเป็นอัตโนมัติ ส่งใจนิ่งลงไปที่กลางดวงใส ท่องใจ สัมมา อะระหัง ๆ ๆ ๆ ๆ เรื่อยไป แล้วนึกให้ดวงนิมิตใสสว่างขึ้น

     เราจะรู้สึกว่า ดวงใสสว่างขึ้น ใจของเราปลอดโปร่งขึ้น ใจของเราสงบขึ้น ดวงใสสว่างโชติขึ้น เมื่อเป็นเช่นนี้ จงอย่าดีใจ จงอย่าปลื้มใจ จงวางใจเฉย ๆ ไม่ยินดีไม่ยินร้าย ประคองดวงใสไว้ให้โชติช่วง