พระธรรมกาย

โครงการฝึกอบรมและพัฒนาวิปัสสนาจารย์

หน้าแรก          ลงทะเบียนอบรม        ห้องสนทนา         เวปไซท์แนะนำ        ตำราวิชชาธรรมกาย        กิจกรรม         ติดต่อคุณสมถะ  
รอบรั้วกำแพงวัด

สายรุ้งบัวพ้นน้ำ


กด
ห้องสนทนา ใหม่

กด ติดต่อคุณสมถะ

กด บทสวดมนต

กด บทท่องสอบฯ

กดตำราวิชชาธรรมกาย

กด เวปไซท์แนะนำ










แผนภูมิ ๗ ฐาน

ทางเดินของใจ ๗ ฐาน

(๑) ปากช่องจมูก

(๒) เพลาตา

(๓) จอมประสาท

(๔) ปากช่องเพดาน

(๕) ปากช่องลำคอ

(๖)ฐานของศูนย์กลางกาย

(๗) ศูนย์กลางกาย


 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

วิทยากร






เมื่อสังคมต้องการคนดีมีคุณธรรมแต่เรากลับมิได้ให้ความสำคัญกับการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาใจคนเลย
พระบรมศาสดาทรงประทานหลักไว้ให้แล้วคือ .สพฺพปาปสฺส อกรณํ แปลว่า ไม่ทำบาปทั้งปวง
,
. กุสลสฺสูปสมฺปทา แปลว่า ทำกุศลให้บริบูรณ์, .สจิตฺตปริโยทปนํ แปลว่า การทำใจให้สว่างใส
การทำใจให้สว่างใสนี้เป็นบ่อเกิดของหิริโอตตัปปะและคุณธรรมอื่นๆ มากมาย ซึ่งจะทำให้คนๆ นั้น ไม่กล้าทำชั่ว และยินดีในการทำความดีนั่นเอง เราจึงต้องมาเริ่มที่การพัฒนาใจให้สว่างใสกันก่อน
เมื่อเราต้องการให้สังคมพัฒนาทั้งทางด้านวัตถุและจิตใจควบคู่กันไป
มีทางเดียวเท่านั้นก็คือเราต้องผลิตบุคคลากรที่อาสามาีทำหน้าที่พัฒนาใจให้แก่คนในสังคม
โครงการฝึกอบรมและพัฒนาวิปัสสนาจารย์จึงเกิดขึ้นมา โดยใช้หลักวิชชาของหลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ
ซึ่งมีท่านอาจารย์การุณย์ บุญมานุชเป็นผู้คอยให้ความรู้และคำแนะนำู้
ตามประสบการณ์ของท่านที่ได้ให้การฝึกพัฒนาใจผู้คนให้สว่างใส
มามากกว่า ๓๐ ปี วิธีการของท่านพิสูจน์แล้วว่าสามารถนำไปฝึกสอนพัฒนาใจผู้ฝึกได้ผลเป็นอย่างดี
ความรู้และวิธีการเรียนรู้มีให้อย่างครบถ้วนแล้ว ขาดแต่เพียงบุคคลากรที่ยอมเสียสละรับใช้สังคมอาสามาฝึกเป็นวิทยากรโครงการพัฒนาใจให้สว่างใสนี้เท่านั้น


ผลงานการสอนสมาธิของวิปัสสนาจารย

สนใจเข้ารับการฝึกโครงการพัฒนาวิปัสสนาจารย์ -->> ติดต่อคุณสมถะ

หลวงพ่อสอนกัมมัฏฐาน

หลักสูตรการฝึกวิปัสสนาจารย์หรือวิทยากรเพื่อพัฒนาใจผู้คนให้สว่างใสนั้น แบ่งเป็น ๒ ส่วน ดังนี้

.ภาคทฤษฎี คือฝึกท่องวิชชา ๑๘ กายแบบมุขปาฐะ คือท่องจำเนื้อวิชชาทั้งหมด แล้วจึงไปสอบท่องปากเปล่ากับท่านอาจารย์การุณย์ บุญมานุช

เนื้อวิชชา ๑๘ กาย สำหรับท่องเตรียมสอบ อ่านเนื้อหาเตรียมสอบ

.ภาคปฏิบัติ หลังจากที่สอบผ่านภาคทฤษฎีแล้ว ก็ลงภาคสนามฝึกฝนเรียนรู้เทคนิคการสอนเพื่อพัฒนาใจผู้คนให้สว่างใสต่อไป โดยแบ่งหลักสูตรขั้นตอนการฝึกฝนเป็น ๓ ระดับ ดังนี้

              ๒.๑ หลักสูตร วิทยากรตรี (วิทยากรผู้ช่วย)

๒.๒ หลักสูตร วิทยากรโท (วิทยากรรอง)

๒.๓ หลักสูตร วิทยากรเอก

รายละเอียดจะได้บรรยายให้ทราบต่อไป ขั้นต่อไปจะขอกล่าวภาพรวมของการลำดับขั้นตอนการสอนให้รับทราบกันก่อน ดังนี้...



ขั้นตอนการสอน


ลำดับขั้นตอนการสอน

การฝึกพัฒนาใจให้สว่างใสแต่ละครั้ง ควรมีเวลาอย่างน้อย ๑ ชั่วโมง ลำดับขั้นตอนการสอน มีดังนี้

ขณะนี้คณะวิทยากรอยู่หน้าชั้นเรียนทั้งหมด

-          วิทยากรเอกกล่าวสวัสดี  แนะนำตัวเองและหมู่คณะว่ามาจากไหน เปิด
    
-          กล่าวถึงคำสอนของพระบรมศาสดา  ๓  ข้อ  เน้นข้อ  ๓  เป็นหลัก เปิด

-          ลำดับต่อไปโยงมาเรื่องการจัดแถว  เปิด

-          จากนั้นโน้มใจ หรือจูงใจ จูงอารมณ์ผู้ฝึกเข้าสู่เนื้อหาวิธีปฏิบัติ  เปิด

-          แล้วอธิบายเรื่องทางเดินของใจทั้ง  ๗  ฐานอย่างละเอียด (ขั้นอธิบายวิชชา) เปิด

-          บอกวิธีการวัดผล  และข้อตกลงก่อนปฏิบัติจริง เปิด

-          สั่งจัดท่านั่งปฏิบัติ  เปิด

-          ต่อไปนี้เข้าสู่ขั้นตอนการปฏิบัติ  วิทยากรเอกสั่งให้วิทยากรผู้ช่วยชูดวงใส เปิด

-          วิทยากรเอกสั่งผู้ฝึก หลับตา  ปฏิบัติตามเสียงครู  นำสู่ภาคปฏิบัติน้อมดวงใสไปตามฐานทั้ง  ๗ (ขั้นตอนนี้เป็นการสั่งวิชชา) เปิด

-          เมื่อถึงฐานที่  ๗ วิทยากรเอกกล่าวแก่ผู้ฝึก " ครูให้เวลา  ๒  นาที  เดี๋ยวครูจะวัดผลนะครับ  ท่องใจเรื่อยไป  ต่างคนต่างทำนะ" เปิด


-          เมื่อจะทำการวัดผลครั้งแรกอย่างน้อยให้ผู้ฝึกปฏิบัติ  ๒ – ๕ นาที(ขึ้นอยู่ที่ดุลพินิจของวิทยากรเอก) แล้วจึงวัดผล โดยวิทยากรเอกกล่าวว่า "ขั้นตอนนี้ครูขอวัดผล...นักเรียนคนใดทำดวงใสในท้องได้แล้ว  ยกมือขวาขึ้นครับ"

-          ถ้าผู้ฝึกยกมือขึ้นมายังไม่มากนัก  วิทยากรเอกสั่งให้ วิทยากรผู้ช่วย(วิทยากรตรี) เข้าไปต่อวิชา้   เปิด

-          ถ้าผู้ฝึกยกมือขึ้นมามาก  วิทยากรเอกต่อรวมเอง  แต่ต้องย้ำก่อนว่า  " ผู้ที่ยังไม่เห็นให้ท่อง สัม มา อะ ระ หัง  ๆ ไปก่อน  เฉพาะที่ทำดวงใสได้  ท่องใจตามครู"

-          วิทยากรเอกต่อวิชชา เจาะดวงเห็นกายธรรม ๑ กาย ดังนี้ เปิด

-          จากนั้นวิทยากรเอกพิจารณาเองว่าจะแยกชั้นเลยหรือรอรวมอีกชุดหนึ่งก่อนทั้งนี้ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้เห็นกายธรรม

-          เมื่อผู้ฝึกนั่งปฏิบัติไปได้สักระยะหนึ่ง ควรให้มีการเยียดขาเพื่อบีบนวดคลายความปวดเมื่อเป็นระยะๆ ไม่ควรปล่อยให้ผู้ฝึกนั่งทนปวดเมื่อนานๆ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของวิทยากรเอก เปิด

-          สั่งบำเพ็ญในท่ายืน เพื่อเปลี่ยนอิริยาบถ  เปิด

-          เริ่มแยกชั้นเพื่อให้วิทยากรโทต่อวิชชา เปิด

-          ขั้นตอนการแยกชั้นต่อวิชชา วิทยากรเอกกับวิทยากรผู้ช่วย(วิทยากรตรี) ต้องประสานงานกันให้ดี เปิด

-          ขั้นตอนแยกชั้นเรียนไปฝึกต่อวิชชากับวิทยากรโท วิทยากรเอกกับวิทยากรโทนัดหมายกันให้ดี  เปิด

-           การเว้นเสียงให้สัมพันธ์กันระหว่างวิทยากรเอกกับวิทยากรโท  ควรมีวิทยากรตรีคอยช่วยประสานงาน เปิด

-           สำหรับผู้ฝึกที่เหลืออยู่และยังทำไม่ได้ วิทยากรเอกควรสั่งนำการเดินใจตามฐานทางเดินของใจแบบลัดย่ออีกครั้ง เพื่อให้ใจของผู้ฝึกกลับเข้าข้างในตัว เปิด

-          เมื่อแยกชั้นต่อวิชชา  จะแยกกี่กลุ่มอยู่ที่ว่ามีวิทยากรโทช่วยต่อวิชชากี่คน

-          ขณะนี้มีผู้ฝึกเหลืออยู่เท่าไร  วิทยากรเอกสั่งผู้ฝึก  “เดี๋ยวจะมีวิทยากรเขาไปบอกวิชชา  นักเรียนอย่าลืมตานะครับ  เชิญวิทยากรเข้าไปบอกวิชชาครับ”  เพื่อช่วยผู้ฝึกที่เหลืออยู่เป็นครั้งสุดท้ายก่อนหมดเวลา เปิด

-          ถ้ายังพอมีเวลาเหลือ  วิทยากรเอกต่อรวม  ๔  กาย(เฉพาะผู้ฝึกที่เหลือ)  หรือจะย้ายชั้นเรียนให้วิทยากรโทต่อ  ๔  กายก็ได้

-          เมื่อจะจบการฝึกวิทยากรเอก  นำให้โอวาทหรือกล่าวแผ่เมตตาไปในใจ  และบอกวิธีการนำไปปฏิบัติต่อเนื่องอีกก็ได้  เปิด

-          เมื่อจบการฝึกแล้ว  วิทยากรเอกสั่งให้ผู้ฝึกกลับมารวมกันเหมือนเดิม โดยวิทยากรตรีนำผู้ฝึกทุกชั้นเรียนกลับเข้ามาทีละแถว

-          วิทยากรเอกพูดคุยกับผู้ฝึก  ซักถามผลการฝึกซักครู่  เป็นอันจบการฝึก  เปิด

 

อนุโมทนา  สาธ

 


วิปัสสนาจารย์

เมื่อทำงานเป็นทีมแล้ว วิทยากรทุกคนต้องทราบตำแหน่งหน้าที่ของตน ดังนี้
***

วิทยากรตรี
วิทยากรโท
วิทยากรเอก

บทบาทและหน้าที่

๑.ประสานงานทั่วไป

๒.ช่วยจัดแถว , แยกชั้นเรียน

๓.ชูดวงนิมิตใส

๔.ต่อวิชชาเจาะดวงเห็น กายธรรม ๑ กายได้

 


บทบาทและหน้าท
ี่

๑.เป็นวิทยากรรองคอยช่วยเหลือวิทยากรเอก

๒.ช่วยจัดแถว , แยกชั้นเรียน

๓.ชูดวงนิมิตใส

๔. ต่อวิชชา ๔ กายธรรมได้



บทบาทและหน้าท
ี่

๑.ควบคุมการสอนทั้งหมด

๒.ประชุมก่อนสอนเพื่อจ่ายงานให้วิทยากรอื่นๆ

๓.สอนไปตามลำดับขั้นตอนการสอนได้

๔.ประชุมหลังสอน เพื่อสรุปผลงาน

 

งานสอน
วิทยากรโท
วิทยากรเอก
ปัญหาขณะสอนและวิธีแก้ไข

ปัญหาขณะสอนและวิธีแก้ไข

ปัญหาขณะสอนและวิธีแก้ไข


๑. ขณะเข้าไปต่อวิชชา ผู้ฝึกไม่เห็นจุดเล็กใสเท่าปลายเข็มเสียที เปิด

๒. ขณะเข้าไปต่อวิชชา บอกให้จุดเล็กใสว่างออกแต่ก็ไม่ว่างออกเสียที         เปิด

๓. ผู้ฝึกเห็นกายธรรมไ่ม่ชัด
จะทำอย่างไร เปิด

๔.ผู้ฝึกเห็นกายธรรมไม่ได้ขนาด
จะทำอย่างไร เปิด


๑. ขณะต่อวิชชา เช็คผู้ฝึกว่าทำตามได้ทันหรือ
ไม่ จะทำอย่างไร เปิด

๒. เมื่อย้ายชั้นเรียนมาแล้ว ขณะต่อวิชชารวม
ผู้ฝึกบางคนตามไม่ทัน จะทำอย่างไร เปิด

๓. ผู้ฝึกลืมตาขึ้นมาในระหว่างต่อวิชชา
จะทำอย่างไร เปิด

 

 


๑. สอนเด็กเล็กระดับอนุบาลไปจนถึง
ประถมศึกษาปีที่ ๒ จะทำอย่างไร เปิด

๒. เด็กซน เด็กดื้อ ไม่เชื่อฟังจะทำอย่างไร เปิด

๓. ถวายความรู้สามเณรและพระนวกะ
จะทำอย่างไร เปิด

๔. ผู้ฝึกบางคนนั่งหลับ จะทำอย่างไร เปิด

 


วัตรปฏิบัติของวิปัสสนาจารย

วิปัสสนาจารย์

 

๑. อ่าน (ทบทวน) ความรู้หนังสือตำราวิชชาธรรมกายทุกหลักสูตร  ดังนี้

-  หนังสือผู้ใดเห็นดวงธรรม ฯ                            -  หนังสืออภินิหารหลวงพ่อวัดปากน้ำ
-  หนังสือทางรอดของมนุษย์ ฯ                         -  หนังสือคติธรรม  คตินิยม ฯ
-  หนังสือคู่มือวิปัสสนาจารย์                              -  หนังสือคู่มือสมภาร
-  หนังสือวิชามรรคผลพิสดาร ๑                        -  หนังสือวิชามรรคผลพิสดาร ๒
-  หนังสือคู่มือวิทยากรเอก                                -  หนังสือปุจฉาวิสัชนา ฯ
-  หนังสือปราบมาร ๑                                          -  หนังสือปราบมาร  ๒
-  หนังสือปราบมาร ๓                                         -  หนังสือปราบมาร  ๔
-  หนังสือปราบมาร ๕                                         -  หนังสือปราบมาร  ๖


๒. เดินวิชาส่วนตัว (๑๘ กาย) อย่างน้อยวันละ ๒  ครั้ง 


ให้ประกอบเหตุสังเกตผลทุกครั้งว่า ใจหยุด  นิ่ง  แน่น  ใส  โล่งโปร่งสบาย  อารมณ์บันเทิงแค่ไหน   เพื่อความพัฒนาของวิชชา  เพราะการเดินวิชชา ๑๘ กายประจำวันนั้นเพื่อให้ใจอยู่ในสภาวะของความหยุด นิ่ง ใส  ใจชนิดนี้จักทำให้ผู้เป็นวิปัสสนาจารย์อยู่ในรอยใจของธรรมภาคขาวได้ตลอดรอดฝั่ง  การเดินวิชาประจำวันนั้นสำคัญมาก  ต้องทำทุกวัน


๓.  ศึกษา  ตรวจสอบ  แก้ไข  ปรับปรุงวิธีการสอนของตนเอง  และควรให้ผู้อื่นช่วยตรวจสอบให้ด้วย 

วิปัสสนาจารย์ควรใส่ใจ  สนใจในการพัฒนางานสอนของตนเองเนืองๆ งานสอนเป็นทีมนั้น  วิทยากรต้องมีความรู้เป็นลำดับ  ดังนี้

-  วิทยากรตรี (วิทยากรผู้ช่วย)   ทำหน้าที่ต่อวิชาเจาะดวงเห็นกายธรรม ๑ กาย   และช่วยประสานงานทุกเรื่อง

-  วิทยากรโท (วิทยากรรอง)  ทำหน้าที่ต่อวิชา ๔ กายธรรมและคอยประสานงานกับวิทยากรตรีในการแยกชั้นเรียนเด็ก

-  วิทยากรเอก  ทำหน้าที่สั่งงาน จ่ายงาน  แก่วิทยากรโทและวิทยากรตรี  และทำหน้าที่ควบคุมการสอนทุกขั้นตอน  วิทยากรเอกถือเป็นผู้นำ  มีอำนาจสิทธิขาดในงานสอนขณะนั้นทั้งหมด

การเรียนรู้ในหลักสูตรวิทยากรที่ดีนั้น  ผู้เรียนต้องเริ่มเรียนเริ่มฝึกไปทีละขั้นตอนตั้งแต่วิทยากร ตรี, โท, เอก 
 


๔.  ทบทวนเกร็ดความรู้และเคล็ดลับการสอนต่างๆ อยู่เสมอ

 

วิธีการติดต่องานสอน
อุปกรณ์ในการสอน 
การเตรียมตัวก่อนไปสอน


การเข้าไปติดต่องานสอน

ควรมีหนังสือติดต่อ 
หนังสือแนะนำตัวหรือหมู่คณะ 
รูปภาพผลงานการสอนที่ผ่านมา 
และควรเข้าไปติดต่องานสอนด้วยตนเอง
-          ติดต่อสอนตามสถานศึกษาต่างๆ
-          ติดต่อตามหน่วยงานราชการ
-          ติดต่อบริษัทห้างร้านต่างๆ
-          ติดต่อสอนตามวัด
ถวายความรู้พระบวชใหม่ประจำพรรษา (นวกะ)
ถวายความรู้สามเณรบวชภาคฤดูร้อน  มีช่วงต้นเดือนเมษายนของทุกปี
สอนผู้ถือศีลในช่วงวันพระของวัดต่างๆ


อุปกรณ์ในการสอน  ต้องมีพร้อม

-          แผนภูมิ ๗  ฐาน
-          ดวงแก้วใส
-          ไม้ชี้
-          พระพุทธรูปขาวใส
-          ลำโพงพร้อมไมโครโฟน
ใช้สำหรับวิทยากรโทต่อวิชา
-          แผ่นใส เครื่องฉายแผ่นใส
ใช้ตามความเหมาะสม
-          เครื่องมือ IT เช่น คอมพิวเตอร์ 
โปรเจกเตอร์  ใช้ตามความเหมาะสม



เมื่อรับงานสอนควรจัดและเตรียมตัวให้พร้อม

-          วัน  เวลา  สถานที่ต้องให้เรียบร้อย
-          ยานพาหนะ การเดินทาง จะไปด้วยวิธีใด
-          วิทยากรที่ไปร่วมงาน ประชุมก่อนสอน 
เช็คดูวิทยากรต้องเดินวิชชามาทุกคน ถ้าไม่เดินวิชชามาไม่ให้สอน ให้ช่วยจัดแถวอย่างเดียว
-          ค่าใช้จ่ายออกกันเอง
-          อุปกรณ์การสอนใช้แค่ไหน
-          ตรวจเรื่องเบ็ดเตล็ดอื่นๆ ทุกเรื่องเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาใดๆ
-          แต่งกายให้สุภาพเรียบร้่อย




       
สนใจเข้ารับการฝึกโครงการพัฒนาวิปัสสนาจารย์ -->> ติดต่อคุณสมถะ